Dhamma can lead your life.

Monday, September 13, 2010

เจ็ดชาติสุดท้ายของอิสิทาสิภิกษุณ๊

เจ็ดชาติสุดท้ายของอิสิทาสีภิกษุณี




ขอเล่าเรื่องที่เป็นอุทาหรณ์สำหรับชาวพุทธหรือผู้ที่ศรัทธาในคำสอนของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย เป็นเรื่องเกี่ยวกับสาวิกาองค์หนึ่งในยุคพุทธกาลชื่อ อิสิทาสีภิกษุณี



ในชาติปัจจุบัน (เมื่อครั้งพุทธกาล) แม่นางอิสิ เป็นลูกสาวมหาเศรษฐีคนหนึ่งแห่งกรุงอุชเชนี เมืองหลวงของแคว้นอวันตี นางเป็นหญิงสาวที่สวยมาก เมื่อถึงวัยออกเรือนก็มีลูกชายเศรษฐีที่มีฐานะเท่าเทียมกันมาสู่ขอ แต่อยู่ด้วยกันได้ไม่นานสามีก็ขับออกจากบ้านทั้งที่ทำหน้าที่ภรรยาที่ดีและสมบูรณ์แบบ ปรนนิบัติรับใช้สามีประดุจนางทาส (จึงเรียกชื่อว่าอิสิทาสี) ต่อมามีชายหนุ่มจากครอบครัวที่มีฐานะด้อยกว่ามาสู่ขอไปเป็นภรรยา อยู่ด้วยกันได้ไม่นานชายผู้นั้นก็ขับไล่นางออกจากบ้านอย่างไม่มีเหตุผล ทั้งที่นางทำหน้าที่ภรรยาโดยสมบูรณ์แบบ ต่อมา มีขอทานผ่านมาหน้าบ้าน แต่เป็นขอทานที่สำรวมกาย วาจา ใจ ชักชวนผู้อื่นประพฤติธรรม ท่านเศรษฐีเลยเสนอนางอิสิทาสีให้เป็นภรรยาและอยู่กินที่บ้านเศรษฐีนั่นแล อยู่ได้ไม่นานชายยากจนนั้นก็ขอออกจากบ้านเลิกกับนาง ทั้งที่นางไม่เคยดูถูกเหยียดหยามและทำหน้าที่ภรรยาโดยสมบูรณ์แบบ



นางอิสิทาสีผู้แบกความทุกข์หนักเอาไว้ได้มีโอกาสพบกับพระแม่ชินทัตตาเถรี สาวิกาของพระพุทธองค์ และได้สดับฟังธรรมจากพระแม่เจ้า จึงเกิดความศรัทธาและขอบวชเป็นภิกษุณี บวชได้เจ็ดวันก็บรรลุอรหัตผล นางได้ระลึกชาติย้อนหลังไปเจ็ดชาติซึ่งมีรายละเอียดดังนี้



ชาติที่ 1 อิสิทาสีภิกษุณีในชาตินั้นเกิดในนครเอระกัจฉะ เป็นนายช่างทองมีทรัพย์มากมัวเมาในวัยหนุ่มเป็นชู้กับภรรยาของบุคคลอื่น



ชาติที่ 2 เมื่อตายลงต้องหมกไหม้อยู่ในนรกเป็นเวลาช้านาน



ชาติที่ 3 ครั้นออกจากนรกนั้นแล้วก็เข้ามาเกิดในท้องนางวานร เมื่อเป็นลูกวานรมีอายุได้เพียง 7 วัน ก็ถูกวานรใหญ่จ่าฝูงกัดอวัยวะสืบพันธุ์อันเป็นเครื่องหมายของเพศผู้ขาดเสีย และตายเพราะโรคเน่าฟอนเฟะแห่งอวัยวะสืบพันธุ์นั้น นี่ก็เป็นผลกรรมที่ทำชู้กับภรรยาผู้อื่น



ชาติที่ 4 เกิดในท้องแม่แพะที่ตาบอดทั้งเป็นง่อยในแคว้นสินธพ เมื่ออายุได้ 12 ปี ถูกเด็กขี่หลังแล้วเดินโซเซไปกระแทกไม้มีคมเกิดเป็นโรคหนอนฟอนที่อวัยวะเพศ นี่ก็เป็นผลกรรมที่ทำชู้กับภรรยาผู้อื่น



ชาติที่ 5 ได้มาถือกำเนิดในท้องแม่โคของพ่อค้าโค เป็นลูกโคขนแดงดั่งน้ำครั่ง อายุ 12 เดือน ก็ถูกตอน ถูกใช้ลากไถลากเกวียน แล้วก็ป่วยเป็นโรคตาบอดตาย นี่ก็เป็นผลกรรมที่ทำชู้กับภรรยาผู้อื่น



ชาติที่ 6 ไปเกิดในท้องนางทาสี ณ ริมถนน เกิดมาร่างกายและจิตใจวิปริตผิดแปลกจากมนุษย์ทั้งหลาย จะว่าชายก็ไม่ใช่หญิงก็ไม่เชิง มีรูปร่างไม่สมส่วนแห่งการจะเป็นชายหรือเป็นหญิง มีอายุได้ 30 ปีก็ตาย นี่ก็เป็นผลกรรมแห่งการทำชู้กับภรรยาผู้อื่น



ชาติที่ 7 เกิดในตระกูลช่างทำเกวียนผู้ตกทุกข์ได้ยาก มีโภคะน้อยขัดสน บิดามีหนี้สินสะสมรุงรัง อิสิทาสีภิกษุณีในชาตินั้นเป็นลูกสาวของช่างทำเกวียนนั้น เมื่อบิดาไม่มีเงินใช้หนี้นายกองเกวียน นายกองเกวียนก็ฉุดเอานางผู้ยังอยู่ในวัยรุ่นสาวอายุ 16 ปีมาอยู่ในบ้านด้วย เมื่อบุตรของนายกองเกวียนนามว่า คิริทาสเห็นเข้าก็เกิดจิตปฏิพัทธ์หลงรัก และขอไปเป็นภรรยา แต่นายคิริทาสนั้นมีภรรยาอยู่ก่อนคนหนึ่งแล้ว เธอเป็นคนมีศีล มียศ มีคุณ จงรักภักดีต่อสามี อิสิทาสีภิกษุณีในชาตินั้นได้ทำให้สามีเกลียดนาง ข้อที่สามีทั้งหลายเลิกร้างกับอิสิทาสีภิกษุณีซึ่งปรนนิบัติประดุจทาส ก็เป็นเพราะผลของกรรมนี้

ท้ายที่สุด นางก็สามารถสะสางกรรมทั้งหลายเหล่านั้นได้ จะเห็นได้ว่าผลกรรมแห่งการผิดศีลธรรมนั้นเผ็ดร้อนมาก แต่คนมักจะลืมเพราะการเดินทางข้ามภพข้ามชาติเป็นเวลานาน



บทความนี้ได้นำเสนอเฉพาะส่วนที่เป็นผลจากอกุศลกรรมของนาง ส่วนของกุศลกรรม นางก็ทำมาเยอะ จึงได้บรรลุดวงตาเห็นธรรมในชาติสุดท้าย



พึงสังเกตอย่างหนึ่งว่า นี่คือบุคคลที่มีบุญบารมีมากจนได้มาบรรลุธรรมในขณะที่พระพุทธองค์ยังทรงพระชนม์ชีพอยู่ ยังโดนหนักขนาดนี้ ถ้าเป็นคนที่ไม่เคยสร้างบุญบารมีเลย จะโดนหนักกว่านี้กี่เท่า



เหตุที่เอาเรื่องของอิสิทาสีภิกษุณีมาเผยแพร่ เพราะคนปัจจุบันนี้ไม่ค่อยมีความเกรงกลัวและละอายต่อบาปกันเลย เห็นการทำผิดศีลข้อกาเม เป็นเรื่องเท่ห์ เป็นเรื่องทันสมัย เป็นสิ่งน่าชื่นชม เห็นข้อศีลธรรมเป็นเรื่องตลก อ่อนแอต่อกิเลส เครื่องยั่วยุ ในทางตรงข้าม ใครไม่มีเมียน้อย ประพฤติดีกลับถูกมองว่าเป็นคนไม่เอาไหนน่าเยาะเย้ยเหยียดหยาม



ที่มา

http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=kls



ฟังฉบับเต็มที่

http://www.4shared.com/audio/AfqEbiE9/___.html

No comments:

Post a Comment