Dhamma can lead your life.

Monday, September 13, 2010

พุทธทาสภิกขุ และแม่ชีนกยูง

มีเรื่องที่หลายท่านอาจจะไม่เคยทราบมาก่อน


หลวงพ่อวัดปากน้ำ (สด) ท่านเป็นผู้นำวิชาธรรมกาย (สมถกรรมฐาน) ปฏิบัติโดยหวังอภินิหาร เหมือนที่พระเจ้าตากปฏิบัติ จนมีการกล่าวว่าพระองค์วิปราส

ต่อมาหลวงพ่อสด ท่านได้พบกับ เจ้าคุณอาจารย์ใหญ่ พระธรรมธีรราชมหามุณี ท่านเป็นผู้นำวิชาวิปัสนากรรมฐานเข้ามาสอนคนไทย (พระพุทธองค์สอนเรื่องวิปัสนากรรมฐาน ไม่ใช่วิชาธรรมกาย) หลวงพ่อสดท่านได้ไปศึกษากับท่านเจ้าคุณอาจารย์ใหญ่ ยกระดับจิตจากสมถกรรมฐานเป็นวิปัสนา จนถึงแก่มรณะภาพก็ปฏิบัติวิปัสนามาเรื่อง แต่บางคนยังเข้าใจเอาว่า หลวงพ่อท่านได้อภิญญาร่างกายไม่เน่าเปือย จึงฝึกแต่วิชาธรรมกาย ไม่ได้ยกระดับจิตเหมือนหลวงพ่อค่ะ

พระพุทธเจ้าบอกว่า สมถกรรมฐานที่อาจารย์ของท่านได้กระทำอยู่นั้น เหมือนหินทับหญ้า หากเอาหินออก หญ้า ซึ่งเป้นกิเลสก็จะงอกและเติบโตได้ ไม่ใช่หนทางสู่นิพพาน หวังอัปนาสมาธินำสู่ชั้นพรหม วันหนึ่งก็จะต้องกลับมาเวียนว่ายตายเกิดอีก หนทางเดียวที่จะไม่กลับมาเกิดอีกคือ นิพพาน (นิพานนังปรมังสุขขัง) สุขอื่นยิ่งกว่านิพพานไม่มี พระพุทธเจ้าสอนว่า ต้องปฏิบัติวิปัสนาเท่านั้น คือการกำหนดจิตตนให้รู้ทุกอาการ มีสติรับรู้ตลอดเวลา จะตัดกรรมได้ ไม่ก่อเวรก่อกรรมอีก จะได้ไม่ต้องเกิดอีก พระพุทธเจ้าบอกว่า ทางนี้เรียกว่า "ทางสายเอก" เมื่อพระองค์เสด็จดับขันธปรินิพพาน ก็ปลงศพแบบเดียวกับท่านพุทธทาสนั่นหล่ะ ร่างกายพระองค์ก็เน่าเปื่อยเหมือนมนุษย์ธรรมดา สิ่งที่พระองค์ทิ้งไว้แทนพระองค์เป็นพระบรมสารีริกธาตุให้ชาวพุทธได้กราบไหว้บูชากันจนถึงปัจจุบันนี้ค่ะ

ภาพงานศพเมื่อกันยายนปีที่แล้ว อลังการงานสร้าง เทียบชั้นงานเปิดโอลิมปิค




งานศพท่านพุทธทาส ยึดแนวทางปฏิบิติ
 "เป็นอยู่อย่างต่ำ มุ่งกระทำอย่างสูง"


No comments:

Post a Comment